สาระความรู้มากมายที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองมีสาระทุกครั้ง

การออกกำลังกายจะช่วยให้เราควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้มากขึ้น

13

เช่น คนที่เป็นความดันโลหิตสูงถ้าออกกำลังกายเป็นประจำ สามารถทำให้ความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ทำให้ระดับไขมันในเลือดลดต่ำลง น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ระดับน้ำตาลในคนที่เป็นเบาหวานควบคุมได้ง่ายขึ้น  และสามารถลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจในอนาคตได้อีกด้วยการออกกำลังกายให้มีประโยชน์ต่อหัวใจต้องทำอย่างถูกต้อง ถูกวิธี อย่าทำหักโหมจนเกินไปหรือเกินพอดีเพราะอาจจะทำให้เกิดโทษการออกกำลังกายที่พอเหมาะที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับหัวใจ คือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยออกกำลังกายอย่างน้อยครั้งหนึ่งให้ได้ 30 นาทีต่อเนื่องกัน โดยไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายที่หนักเกินไป ให้เลือกการออกกำลังกายแบบปานกลาง เช่น เดินต่อเนื่อง 30 นาที เดินด้วยความเร็วสบายๆแล้วแต่ว่าแต่ละคนถนัดแบบไหน แต่ที่สำคัญคือต้องเดินต่อเนื่องกัน และให้ได้ระยะเวลา 30 นาทีเป็นอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์เรื่องอาหารก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแล คือ การเลือกควบคุมอาหารที่ทำให้

ปริมาณอาหารบางครั้งยางทีรับประทานอาหารถูกชนิดแล้วแต่ว่าปริมาณยังมากอยู่ก็จะทำให้น้ำหนักตัวสูงขึ้น  การที่น้ำหนักตัวสูงขึ้นก็อาจจะทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงด้วยเหมือนกัน ชนิดของอาหาร อาหารจำพวกที่มีโคเลสเตอรอลสูง คือ อาหารประเภทไขมันที่มาจากสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นมันหมู มันเนื้อ หนังเป็ด หนังไก่หรือไข่แดง การที่จะรับประทานให้พอดีก็ไม่ได้หมายความว่าต้องหลีกเลี่ยงเลย เพราะอาหารเหล่านี้บางครั้งบางคราวก็ยังมีประโยชน์แต่ต้องรับประทานให้พอดีพอเหมาะฉะนั้นเรื่องอาหารก็สำคัญ อาหารชนิดอื่นๆ ในคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น คนที่เป็นความดันโลหิตสูงก็ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด เกลือ เพื่อจะควบคุมความดันให้ดี ถ้าปฏิบัติอย่างนี้ทั้งออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร การควบคุมน้ำหนักตัว ก็จะทำให้เราอยู่ห่างไกลจากโรคหัวใจ

คล้ายๆกันกับการดูแลตัวเองให้อยู่ห่างจากโรคหัวใจ สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจแล้ว ปัจจุบันการรักษาด้วยวิธีต่างๆไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยาก มียาและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งสามารถรักษาให้หายจากโรคในตอนนั้นด้วย  แต่สิ่งสำคัญสำหรับแพทย์หรือคนไข้โรคหัวใจในปัจจุบัน คือ การป้องกันไม่ให้เป็นโรคอีก การป้องกันไม่ให้เป็นโรคอีกก็คือการป้องกันให้ห่างไกลจากโรคหัวใจ คือ เราต้องอยู่ห่างไกลทุกปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด  แต่ที่สำคัญแล้วไม่ว่าจะใช้วิธีอะไรก็ตาม ต้องทำอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเพื่อเป็นประโยชน์ต่อหัวใจ สำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้วสามารถออกกำลังกายได้  แต่ควรประเมินก่อนว่าเบื้องต้นสามารถทำได้แค่ระดับไหน เพื่แป้องกันการเกิดโรคหัวใจและไม่ให้กลับมาเป็นอีก

ความรู้และคุณประโยชน์มากมายจากการดื่มน้ำ

น้ำ เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ เพราะในร่างกายของมนุษย์ประกอบไปด้วยน้ำถึง 70% ซึ่งระบบภายในของร่างกายมนุษย์ ต้องใช้น้ำในการทำหน้าที่ของระบบร่างกาย ซึ่งในแต่ละวันร่างกายจะเสียน้ำวันละ 2 ลิตรจากการหายใจ ขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ ทำให้ร่างกายต้องได้รับน้ำจากการดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละประมาณ 2-3 ลิตร ซึ่งประโยชน์จากการดื่มน้ำเปล่า จะช่วยทำให้สุขภาพผิวดูมีน้ำมีนวล ผิวพรรณไม่แห้งหยาบกร้าน ป้องกันการเกิดริ้วรอยที่ผิวหน้า เพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย และช่วยให้ระบบสมองทำงานได้ดีขึ้นเพราะสมองมีองค์ประกอบที่เป็นน้ำถึง 85%

การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เป็นการรักษาของเหลวไว้ได้ดีที่สุด

เมื่อร่างกายได้รับน้ำน้อย มันจะรับรู้ว่าจะต้องรักษาความอยู่รอดไว้โดยจะต้องรักษาน้ำไว้ทุกหยด ร่างกายจะกักเก็บน้ำไว้ในที่ว่างพิเศษในโพรงเล็กๆ ซึ่งจะเห็นได้จากอาการบวมที่เท้า มือ และขา การขับปัสสาวะจะช่วยให้ดีขึ้นชั่วคราว และจะบังคับให้ร่างกายเกิดความรู้สึกว่าจะต้องมีน้ำเข้ามากักเก็บไว้พร้อมกับความต้องการสารอาหารที่สำคัญบางชนิด เมื่อร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ อาการที่เกิดขึ้นก็จะหายเป็นปกติ ซึ่งวิธีที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดน้ำในร่างกาย ก็คือเราจะต้องดื่มน้ำในปริมาณมากเพื่อที่ร่างกายจะมีน้ำไว้ใช้ยามขาดแคลน คนที่มีน้ำหนักมากร่างกายต้องการน้ำมากกว่าคนผอม คนตัวใหญ่จะมีการเผาผลาญที่มากกว่า น้ำจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีน้ำหนักมาก เพราะน้ำเป็นตัวสำคัญที่ช่วยในการเผาผลาญไขมัน

น้ำนอกจากจะช่วยลดความร้อนในร่างกาย และเพิ่มความสดชื่นแล้ว น้ำยังมีประโยชน์ต่อคนที่ปวดศีรษะเป็นประจำ หรือคนที่เป็นโรคไมเกรนได้ดีอีกด้วย หากได้ดื่มน้ำเป็นประจำก็จะช่วยให้อาการปวดไมเกรนลดลงได้บ้าง เพราะผลการวิจัยบอกว่าในรายที่ป่วยเป็นโรคไมเกรน หากร่างกายขาดน้ำก็จะยิ่งปวดไมเกรนมากขึ้น จึงควรดื่มน้ำเพื่อช่วยลดอาการดังกล่าว และทุกคนต่างก็รู้ถึงคุณประโยชน์ของน้ำในแง่ที่ช่วยให้ผิวพรรณดีกันอยู่แล้ว และยังเชื่อกันว่าหากผิวที่สดใสของเราได้รับน้ำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องและเพียงพอก็จะช่วยให้สดใสยิ่งขึ้น น้ำยังจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี หน้าตาสดใสบ่งบอกถึงความเป็นคนที่มีสุขภาพดี

ประโยช์นของการดื่มน้ำ

– ทำให้ระบบต่างๆในร่างกายพร้อมที่จะทำงาน มีการกระตุ้นระบบต่างๆ
– ผิวสวยสุขภาพผิวดี เเต่งตึงเป็นสีชมพู เนื่องจากไปกระตุ้นการไหลเวียดของเหลือด
– ปากลิ้นสะอาด ตาใสเป็นประกาย
– ช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น ช่วยเรื่องโรดกระเพาะ และกรดไหลย้อน
– ช่วยลดความร้อนในร่างกายแก้ร้อนใน
– การขับถ่ายดีท้องไม่ผูก
– ทำให้สมาธิดีขึ้น สมองปลอดโปร่ง ลดอาการปวดศรีษะ หรือไมเกรน

วิธีแก้หน้าหมองคล้ำซึ่งการแก้ปัญหาหน้าหมองคล้ำสามารถทำได้หลากหลายวิธี

beautiful woman on a beach

หน้าหมองคล้ำ ปัญหาผิวหน้าที่เกิดขึ้นได้ในคนทุกเพศ โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิง ซึ่งสร้างความหนักใจให้สาวๆ หลายคนเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่มั่นใจเอาซะเลย ไหนจะต้องโดนใครต่อใครทักจนแทบไม่กล้าจะสู้หน้าใครอีกด้วย วันนี้เราจะขอนำเสนอสาเหตุและวิธีแก้หน้าหมองคล้ำอย่างได้ผลให้ได้ทราบกันปัญหาหน้าหมองคล้ำนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด มลภาวะต่างๆ ความเครียด การนอนดึก รวมทั้งการไม่บำรุงดูแลผิวนั่นเอง ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำ ไม่มีสง่าราศี ทั้งยังแลดูไม่สดใส อีกทั้งเป็นต้นเหตุที่มาของปัญหาริ้วรอยและจุดด่างดำต่างๆอีกด้วย

วิธีแก้หน้าหมองคล้ำซึ่งการแก้ปัญหาหน้าหมองคล้ำสามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน ดังต่อไปนี้ ทานอาหารที่มีวิตามินซีและโปรตีนสูงได้แก่ ส้ม สับปะรด มะนาว ปลา เต้าหู้ ถั่ว เป็นต้น เพราะจะช่วยไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว รวมทั้งบำรุงผิวให้แข็งแรงอีกด้วยดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพราะน้ำเปล่าจะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวได้ดีที่สุด โดยจะทำให้ผิวชุ่มชื้น สุขภาพดี ล้างหน้าอย่างถูกวิธีโดยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า รวมทั้งล้างหน้าให้ถูกวิธี จะช่วยให้ผิวกลับมาดูสดใส มีชีวิตชีวาได้หมั่นดูแลผิวหน้าด้วยการพอกหน้าหรือมาร์คหน้าเป็นประจำโดยการนำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนช่วยให้หน้ากระจ่างใสมากมาร์กหน้า หรือพอกหน้า ซึ่งจะช่วยให้ผิวหน้าขาวขึ้นได้ แต่ควรทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี นอกจากนี้ยังสามารถนำผลไม้ หรือของใช้ใกล้ตัวมาบำรุงผิวได้อีกด้วย เช่น มะเขือเทศ แตงกวา น้ำผึ้ง โยเกิร์ต กล้วย เป็นต้น โดยการนำมามาร์คหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที จะช่วยให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื่น แลดูกระจ่างใสขึ้นครีมบำรุงผิวหน้าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้มีปัญหาหน้าหมองคล้ำ โดยหมั่นทาเป็นประจำหลังการอาบน้ำ หรือล้างหน้า โดยเลือกครีมบำรุงที่มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูผิว ให้กลับมาขาวกระจ่างใสนอกจากนี้ควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ใครที่มีปัญหาหน้าหมองคล้ำ ลองนำวิธีแก้หน้าหมองคล้ำและการดูแลผิวหน้าทั้ง 5 วิธีไปใช้กันดู จะช่วยให้สภาพผิวหน้ากลับมาขาวใส มีชีวิตชีวาได้แน่นอน

ปัญหาอันเนื่องมาจากสุขภาพของดวงตาที่เสื่อมถอยลง

เพราะดวงตาเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญยิ่งของคนเรา แต่เมื่อมีการใช้นานเป็นเวลานาน หรือเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ก็มักจะมีปัญหาอันเนื่องมาจากสุขภาพของดวงตาที่เสื่อมถอยลง นอกจากการดูแลรักษาสุขภาพของดวงตาด้วยการใช้งานอย่างเหมาะสมแล้ว ยังควรเสริมด้วยการกินอาหารที่ช่วยบำรุงหรือช่วยลดความเสื่อมของดวงตาอีกด้วย ดังนั้นเราจึงต้องหาสารอาหารที่ช่วยลดความเสื่อมของดวงตา เพื่อบำรุงดวงตาของเราให้ดี

เราถูกสอนให้ท่องตั้งแต่เด็กๆ ว่า วิตามินเอเกี่ยวข้องกับตา นั่นก็เป็นเพราะว่า วิตามินเอช่วยให้เซลล์รับแสงทำงานได้ดี เมื่อร่างกายขาดวิตามินเอ จึงทำให้เกิดความลำบากในการเห็นเมื่ออยู่ในที่แสงสลัวหรือมืด ความสามารถในการแยกแยะสีบางชนิดเลวลง และทำให้ตาขาวแห้ง กระจกตาเป็นแผล หากขาดวิตามินเอรุนแรงจะทำให้ตาดำแห้ง เกิดการอักเสบ ไปจนถึงขั้นทำให้ตาบอดได้อาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินเอ ได้แก่ เครื่องในสัตว์ ตับ ไข่แดง นอกจากนี้ยังมีในอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ ได้แก่ ผักสีเขียว และเหลืองส้ม เช่น แครอท ฟักทอง ตำลึง บร็อคโคลี ผักโขม มันเทศ

เราถูกสอนให้ท่องตั้งแต่เด็กๆ ว่า วิตามินเอเกี่ยวข้องกับตา นั่นก็เป็นเพราะว่า วิตามินเอช่วยให้เซลล์รับแสงทำงานได้ดี เมื่อร่างกายขาดวิตามินเอ จึงทำให้เกิดความลำบากในการเห็นเมื่ออยู่ในที่แสงสลัวหรือมืด ความสามารถในการแยกแยะสีบางชนิดเลวลง และทำให้ตาขาวแห้ง กระจกตาเป็นแผล หากขาดวิตามินเอรุนแรงจะทำให้ตาดำแห้ง เกิดการอักเสบ ไปจนถึงขั้นทำให้ตาบอดได้อาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินเอ ได้แก่ เครื่องในสัตว์ ตับ ไข่แดง นอกจากนี้ยังมีในอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ ได้แก่ ผักสีเขียว และเหลืองส้ม เช่น แครอท ฟักทอง ตำลึง บร็อคโคลี ผักโขม มันเทศโอเมก้า 3เป็นกรดไขมันที่เป็นโครงสร้างไขมันสำคัญในสมองและจอประสาทตา และเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากอาหาร ช่วยป้องกันดวงตาแห้ง พบในน้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันปลา ปลาทะเล เช่น แซลมอน ปลาทู ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล หรือ ปลากระพง ปลาช่อน ปลาดุก เป็นต้น

ในชีวิตประจำวันมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของบุคคล

จากคำกล่าวข้างต้นจะเห็นว่าทุกชีวิตจะต้องอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นหรือกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่าทุกคนต้องอาศัยซึ่งกันและกัน การดำรงชีวิตอยู่ในสังคม  คนเราจะต้องดิ้นรนและมีพฤติกรรมต่าง ๆ ไม่มีสิ้นสุดการกระทำหรือที่เรียกว่าพฤติกรรมนี้เอง  เป็นสิ่งที่สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อศึกษาทางจิตวิทยา  และศึกษาบุคคลแต่ละคน  การกระทำของแต่ละบุคคลจะไม่เหมือนกัน  ทั้งนี้เพราะคนมีความคิด  และแรงจูงใจที่แตกต่างกันดังนั้นจิตวิทยาในชีวิตประจำวัน จึงหมายถึง การศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ เพื่ออธิบาย คาดการณ์ หรือควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ เพื่อจะได้เข้าใจและสามารถนำชีวิตของเราให้ดำเนินไปได้อย่างเฉลียวฉลาด  และยังมีอิทธิพลต่อบุคคลอื่นที่อยู่ร่วมกับเราด้วย ถ้าเรามีจิตวิทยาดี เราย่อมจะเป็นที่พึ่งพาแก่ผู้อื่นได้  และถ้าเรามีความจำเป็นต้องไปขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น  เราก็ย่อมได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดีเช่นกัน

จิตวิทยาในชีวิตประจำวันมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของบุคคล ดังต่อไปนี้ช่วยให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ เช่น รู้ว่าอะไรเป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ มนุษย์เกิดความรู้สึกอย่างไรเมื่อไม่สามารถสนองตอบความต้องการของตนเองได้  และอะไรเป็นแรงผลักดันให้คนแสดงพฤติกรรมต่างกันช่วยในการปรับตัวและแก้ปัญหาทางจิตใจของตนเอง เช่น รู้วิธีรักษาสุขภาพจิตของตนเอง รู้วิธีเอาชนะปมด้อย วิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งและขจัดความวิตกกังวลต่าง ๆ ได้ช่วยให้เกิดการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น สามารถเข้าใจและรู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับผู้อื่น

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าจิตวิทยามีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เราจึงควรเรียนรู้และนำหลักจิตวิทยามาใช้ เพื่อชีวิตของเราจะมีความสุขและประสบความสำเร็จมากขึ้น  ในทางจิตวิทยาถือว่าผู้ที่สามารถใช้จิตวิทยาในการดำเนินชีวิตคนที่มีความสุข คือคนที่มีความสมหวัง เป็นคนที่สามารถประกอบกิจการงานประสบความสำเร็จตามความปรารถนา มีร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บไม่มีอารมณ์ขุ่นมัวหรือวิตกกังวล มีอารมณ์มั่นคง มีความอดทนและมีความสามารถต่อสู้อุปสรรคต่าง ๆ  ได้  เป็นคนที่ยอมรับความจริงในชีวิต ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมกล่าวโดยสรุป คนที่มีความสุขก็คือ  คนที่มีสุขภาพดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เป็นคนที่สามารถปรับตัวได้อย่างดีในการดำรงชีวิตประจำวันความสุขเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ  เป็นการมองชีวิต  มองตัวเองและมองผู้อื่น ดังนั้นความสุขจึงเกิดขึ้นได้กับคนทุกชั้นไม่ว่า ผู้ดี มั่งมีหรือยากจน แนวความคิดทางด้านจิตวิทยาเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข